Blog » Varieties stories by Say Hi Russia » โซชิ…..ดินแดนแห่งความสุขริมทะเลดำ

โซชิ…..ดินแดนแห่งความสุขริมทะเลดำ

  Posted by admin



โซชิ รัสเซีย

โซชิ รัสเซีย

หลายคนคงคุ้นหูกับชื่อเมืองโซชิมาจากหน้าจอทีวีกันบ้างแล้ว เพราะเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเค้ามีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวกันที่นั่น เราฐานะคนไทยรวมถึงตัวผู้เขียนเองนอกเหนือจากชื่อเมืองแล้วก็ไม่ค่อยได้รู้จักเมืองนี้แบบจริงๆ จังๆ ซักเท่าไหร่ ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีโอกาสผู้เขียนจึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเมืองนี้ด้วยความอยากรู้ส่วนตัว และขอนำมาแบ่งปันกับผู้อ่านเพราะคิดว่ามันคงจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อย

 

เรามาเริ่มจากที่ตั้งของเมืองนี้กันก่อน เมืองนี้ตั้งอยู่ในแคว้น Krasnodar Krai โดยถือเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ติดกับทะเลดำ อยู่ทางใต้ของเทือกเขาคอเคซัส ห่างจากกรุงมอสโกประมาณ 1700 กม. ถ้านั่งรถไฟเดินทางมาจากมอสโกก็ใช้เวลา 1 วันกับอีก 21 นาที ถ้านั่งเครื่องก็ใช้เวลาประมาณ 1: 50 ชม. เมืองโซชิถือเป็นเมืองตากอากาศที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย และยังถือเป็นเมืองคมนาคมและเศรษฐกิจสำคัญของรัสเซียในดินแดนแถบทะเลดำอีกด้วย สาเหตุที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคมก็เพราะในเมืองนี้มีทั้งทั้งสนามบินนานาชาติและสถานีรถไฟและชุมทางรถไฟหลายแห่ง มีเส้นทางที่เชื่อมต่อกับเมืองอื่นๆมากมาย

 
ในปี 2012 จากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes ได้จัดให้เมืองนี้เป็นสุดยอดเมืองที่น่าลงทุนทำธุรกิจที่สุดในรัสเซีย จำนวนของประชากรทั้งหมด จากสถิติปี 2014 มีทั้งสิ้น 399 673 คน โดยประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ รองลงมาเป็นอิสลาม เมืองนี้นับเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 5 รองจากเมืองทั้งหมดที่ตั้งอยู่เขตสหพันธ์ใต้ของรัสเซีย โดยรองจากเมือง Rostov-na-Donu (1 109 835) เมือง Volgrograd (1 017 985) เมือง Krasnodar (805 680) และเมือง Astrakhan (530 863) นอกจากนี้โซชิยังถือเป็นเมืองที่มีความยาวมากที่สุดในรัสเซียและในยุโรปอีกด้วย คือมีความยาวถึง 148 กิโลเมตร โดยมีความยาวตลอดชายฝั่งทะเลดำถึง 145 กิโลเมตร

 

เมืองโซชิเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานนับพันๆ ปี ทำให้มีการขุดพบวัตถุโบราณในยุคต่างๆ มากมาย ภายในเมืองมีแหล่งโบราณสถานและสถานที่สำคัญๆ ต่างๆ กว่า 200 แห่ง ในยุคของสตาลิน เมืองนี้กลายเป็นเมืองแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง สตาลินเป็นผู้ที่ชื่นชอบการพักผ่อนมาก เขาได้สร้างบ้านพักตากอากาศไว้ในหลายๆ เมือง และหนึ่งในนั้นก็ตั้งอยู่ในเมืองโซชิ บ้านพักตากอากาศเป็นที่รู้จักกันในภาษารัสเซียว่า “ดาช่า” โดยสตาลินได้สร้างบ้านพักหลังนี้ไว้บนสันเขาไม่ห่างจากตัวเมืองโซชิมากนัก ด้านนอกของตัวบ้านเป็นสีเขียวอ่อน บริเวณรายรอบของบ้านพักเต็มไปด้วยป่าที่มีต้นไม้หลากหลายพันธุ์ ด้วยเหตุนี้ บ้านพักตากอากาศหลังนี้จึงมีอากาศที่สดชื่นและเย็นสบาย และเป็นที่โปรดปรานของสตาลินมากเป็นพิเศษ ปัจจุบันบ้านพักตากอากาศสตาลินหลังนี้ถูกนำมาดัดแปลงเป็นโรงแรม แต่อย่างไรก็ตาม ก็เปิดให้ผู้สนใจเข้าไปเยี่ยมชมภายในตัวอาคารในส่วนพิพิธภัณฑ์ได้ โดยมีห้องส่วนหนึ่งที่จัดแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของสตาลิน โดยภายในห้องนั้นมีการรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ของสตาลินในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่และรวมถึงมีหุ่นขี้ผึ้งของสตาลินด้วย ภายในตัวอาคารประดับด้วยไม้ราคาแพงที่มีการตบแต่งแบบเรียบง่าย กล่าวคือไม่มีการตบแต่งลวดลายหรือภาพวาดใดๆ ที่แสดงออกถึงความหรูหรา ว่ากันว่า การตบแต่งรูปแบบนี้เป็นสไตล์การตบแต่งที่สตาลินโปรดปรานเป็นที่สุด

 

ย้อนกลับในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เมืองนี้ถูกจัดเป็นเมืองแห่งการแพทย์และพยาบาล ในสมัยนั้นทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสงครามจะถูกส่งมารักษายังเมืองนี้ โดยภายในเมืองมีทีมแพทย์และพยาบาลที่คอยให้การรักษา จากสถิติการรักษาตลอดระยะเวลาสงคราม ณ เมืองแห่งนี้มีทหารที่ได้ส่งมาทำการรักษากว่า 5 แสนคน

 

นอกจากเมืองนี้เป็นเมืองพักตากอากาศของคนที่มีชื่อเสียงแล้ว ในปัจจุบันมีชาวรัสเซียจำนวนหนึ่งที่เดินทางมายังที่แห่งนี้เพื่อพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดเทศกาล สาเหตุที่เมืองนี้เป็นเมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวรัสเซียให้เข้ามาพักผ่อนก็เนื่องจากว่า เมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่ติดทะเล มีอากาศที่ไม่หนาวมากหากเทียบกับเมืองอื่นๆ เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลจึงทำให้เมืองนี้มีอากาศร้อนชื้น อากาศโดยเฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ +14.2 องศา С โดยมีฤดูร้อนที่ยาวนานตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงเดือนตุลาคม ฤดูใบไม้ร่วง พฤศจิกายน ถึง มกราคม และ ฤดูหนาวที่สั้นๆ คือ ตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ ถึงกลางเดือนมีนาคม ฤดูใบไม้ผลิ ตั้งแต่ กลางมีนาคม ถึง กลางเมษายน เวลาของโซชิจัดอยู่ในเขตเวลาเดียวกันกับมอสโก คือ (GMT+4)

 

นอกจากเมืองนี้เป็นเมืองแห่งการพักผ่อนแล้ว ก็ยังเป็นเมืองแห่งกีฬาของรัสเซียด้วย นอกเหนือไปจาก การแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวและการแข่งขันพาราลิมปิคฤดูหนาวที่ถูกจัดขึ้นในเมืองนี้เมื่อต้นปี 2014 ที่ผ่านมาแล้ว ในโซชิก็ยังได้จัดการแข่งขันฟอร์มูลาวัน และเป็นที่แน่นอนแล้วว่าในอีก 4 ปีข้างหน้า ในเมืองนี้ก็จะมีการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2018 ซึ่งรัสเซียจะเป็นเจ้าภาพ โดยการจัดการแข่งขันนี้ถือเป็นการจัดครั้งแรกของรัสเซียและประเทศโซนยุโรปตะวันออก ทำให้รัสเซียมีการวางแผนพัฒนาเมืองนี้เพื่อรองรับคอบอลจากทั่วโลกที่จะเดินทางเข้ามาชมการแข่งขัน โดยก่อนการจัดแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่ผ่านมา รัฐบาลรัสเซียได้ทุ่มเงินลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างสนามกีฬาแห่งใหม่ และศูนย์กีฬาต่างๆ ทั้งที่อยู่บนภูเขาและพื้นราบเพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สกี ฮอคกี้ ไอซ์เสก็ต รวมไปถึงระบบสาธารณูปโภคและระบบการคมนาคมขนส่งที่ทันสมัย ทั้งนี้ก็เพื่อให้เมืองโซชิเป็นเมืองแห่งการกีฬาและการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบนั่นเอง

 

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเห็นว่าการเดินทางพักผ่อนในเมืองโซชิมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกันกับการเดินทางไปพักผ่อนยังประเทศอื่นที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน เช่น จอร์เจีย ยูเครน ตุรกี หรืออียิปต์ โดยทั่วไปแล้วราคาอาหารตามร้านอาหารในโซชิแพงกว่าราคาอาหารตามร้านอาหารโดยทั่วไปของรัสเซียประมาณ 30 – 50 % หากต้องการพักผ่อนเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ในโรงแรมระดับปานกลาง โดยใช้จ่ายอย่างประหยัดที่สุด ต่อสัปดาห์ต่อคนจะมีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยขั้นต่ำอยู่ที่ 20,000 – 25,000 รูเบิ้ล โดยในจำนวนนี้รวมค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ ซึ่งหากเทียบกับการเดินทางมายังประเทศไทยแล้ว ปัจจุบันชาวรัสเซียสามารถซื้อทัวร์เดินทางมาท่องเที่ยวยังเมืองไทยได้ในราคา 24300 รูเบิล ซึ่งเป็นราคาที่อยู่ในระดับพอๆ กันกับการพักผ่อนในโซชิ ซึ่งยิ่งการพักผ่อนที่ยาวนานแล้ว ผู้เขียนมองว่า ค่าใช้จ่ายในเมืองไทยมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าโซชิมากนัก นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวรัสเซียจำนวนไม่น้อยยอมเสียค่าเครื่องบินที่แพงกว่า เพื่อมาพักผ่อนในประเทศที่มีค่าครองชีพที่ถูกกว่า เช่น ไทย หรือ มาเลเซีย ซึ่งเป้าหมายหลักๆ ก็คือการพักผ่อนริมชายหาดซึ่งก็ไม่ต่างจากการพักผ่อนในโซชิ จะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน จำนวนของชาวรัสเซียที่เดินทางเข้ามาท่องเทียวในไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการประกาศข้อตกลงในเรื่องการยกเว้นวีซ่ายิ่งทำให้กำแพงกั้นระหว่างรัสเซียกับไทยยิ่งลดน้อยลง เพราะทั้งชาวไทยและรัสเซียสามารถเดินทางไปมาหาสู่กันด้วยจุดมุ่งหมายของการท่องเที่ยวได้อย่างเสรี โดยมีข้อกำหนดว่าจะต้องไม่เกินกว่า 30 วัน ซึ่งก็เพียงพอสำหรับการเดินทางพักผ่อนอยู่แล้ว

 

นอกเหนือไปจากค่าครองชีพของโซชิที่สูงกว่าไทยแล้ว ปัจจัยของค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง เพราะเนื่องจากประเทศรัสเซียเป็นประเทศที่กว้างใหญ่ทำให้บางครั้งการเดินทางมายังประเทศไทยของชาวรัสเซียที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการเดินทางไปพักผ่อนในโซชิ และถ้าหากประเทศไทยยังคงมาตรฐานการบริการ และการต้อนรับที่อบอุ่น ประกอบกับอัธยาศัยไม่ตรีที่เป็นมิตรของคนไทยกับคนทุกชาติแล้ว ผู้เขียนเชื่อเหลือเกินว่า ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ของการเดินทางพักผ่อนของชาวรัสเซียไปอีกนานเท่านาน…………

 

เรียบเรียงโดย: Bussy Russia

อ้างอิงข้อมูลจาก
• https://ru.wikipedia.org/wiki/Сочи
• http://www.vokrugsveta.ru/encyclopedia/index.php?title=Сочи
• http://eurosochi.ru/articles/003.php
• http://vk.com/topic-1426373_25267147?offset=260
• http://msk.viasun.ru/countries/thailand/
• http://samie-samie.ru/samyj-dlinnyj-gorod-v-mire/
• http://visit.aelita.su/dacha-stalina/
• http://loveopium.ru/arxitektura/dacha-stalina-v-sochi.html

ขอบคุณ say hi russia