Enter your keyword

คัปปาโดเกีย Cappadocia

คัปปาโดเกีย Cappadocia

“ดินแดนแห่งเทพนิยาย คัปปาโดเกีย” แหล่งท่องเที่ยวที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

ล่องบอลลูนที่คัปปาโดเกีย

ล่องบอลลูนที่คัปปาโดเกีย

ดินแดนที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและเสน่ห์ของธรรมชาติที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมของนักผจญภัย นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ตั้งอยู่ทางตะวันออกของคาบสมุทรอนาโตเลียบริเวณภาคกลางของประเทศตุรกี ภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง เมืองท่องเที่ยวแห่งนี้มีลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงามและทรงพลัง ภูเขารูปทรงแปลกกตา ที่ประดับด้วยเรื่องราวของการกัดเซาะของลมและการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว กลายเป็นความเปลี่ยนแปลงทางทัศนียภาพที่น่าทึ่ง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมเชื่อมต่อประเทศต่างๆ ทั้งในทวีปยุโรปและเอเชีย เป็นจุดตัดของวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีเสน่ห์ของความหลากหลายทางศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม นอกจากนี้คัปปาโดเกียยังเป็นสถานที่อพยพของประชากรต่างชาติตั้งแต่อดีตนับร้อยปีที่ผ่านมา เคยอยู่ใต้การปกครองของกรุงโรม อาณาจักรเซลจุค จักรวรรดิออตโตมัน และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของตุรกีในปัจจุบัน ภูมิภาคคัปปาโดเกียประกอบไปด้วย 4 เมือง คือ เมืองเนฟเสฮีร์ เมืองไกเซรี เมืองอักซาไร และเมืองนีดเด สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ที่เนฟเสฮีร์ จะมีเมืองเล็กๆ อยู่ติดกันได้แก่ เกอเรเม่ อุตซิซาร์ ออร์ตาฮิซาร์ และเออร์กัป ร่วมค้นหาประสบการณ์ใหม่พร้อมกันกับอูดาชีพาเที่ยวตุรกี อัดแน่นด้วยกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นทั้งในกลางวันและกลางคืนที่ทำให้คุณมีประสบการณ์อันแสนพิเศษ

โรงแรมถ้ำคัปปาโดเกีย

โรงแรมถ้ำคัปปาโดเกีย

วิวจากโรงแรมถ้ำยามเช้าชมบอลลูนเต็มท้องฟ้า

วิวจากโรงแรมถ้ำยามเช้าชมบอลลูนเต็มท้องฟ้า

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ

  • ปล่องไฟนางฟ้า (Fairy Chimney) ดินแดนมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยหินทรงสูงที่สวยงามซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของลมและฝน สถานที่ที่สร้างสรรค์จากตำนานของนักบุญซีเมออนสไตลิเทสในศตวรรษที่ 5 ชายผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างสันโดษและเคร่งครัดและได้กลายเป็นสถานที่หลบซ่อนจากความวุ่นวายของโลก แต่เดิมพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นไร่องุ่น ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองคัปปาโดเกีย ด้านบนสามารถขึ้นไปชมวิวทัศนียภาพอันสวยงามของเมืองแห่งนี้ หรือจะล่องบอลลูนชมแคปปาโดเกียมุมสูง ไฮไลต์ของที่เที่ยวตุรกี

  • หุบเขาเรดวัลเลย์ (Red Valley) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากที่สุด มีชื่อเสียงทั้งด้านทิวทัศน์ที่งดงาม สัมผัสประสบการณ์การชมพระอาทิตย์ตกดินที่ทอดตลอดท้องฟ้าที่หุบเขาเรดวัลเลย์ ความลงตัวของทิวทัศน์ที่เห็นได้จากที่นี่จะทำให้นักเดินทางตกหลุมรักกับความงดงามแห่งธรรมชาติ นอกจากนั้นสามารถเดินชมเส้นทางธรรมชาติที่เต็มไปด้วยความสดใสและสวยงาม ชื่อของหุบเขานี้มีต้นกำเนิดมาจากก้อนหินและภูเขาปูนที่กระทบแสงอาทิตย์อย่างสวยงาม สีแดงสดใสของหินที่กระจายแสงทำให้ท้องฟ้านี้เป็นจุดชมวิวตุรกีที่ไม่ธรรมดา หุบเขาเรดวัลเลย์ที่เต็มไปด้วยก้อนหินที่เรียงรายสลับซับซ้อน มีความงดงามที่คุณควรค่าแก่การมาเยือนในทริปตุรกี

  • บอลลูนไฟลท์หรือการล่องบอลลูนในคัปปาโดเกียเป็นหนึ่งในประสบการณ์ท่องเที่ยวที่นักเดินทางไม่ควรพลาดในช่วงจังหวะเวลาที่อากาศเป็นใจ การชมบอลลูนที่ลอยอยู่ในท้องฟ้าที่สวยงามของคัปปาโดเกียนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร แต่ควรจัดการวางแผนและทำการจองที่นั่งล่วงหน้า คัดเลือกกัปตันที่มีประสบการณ์ พาลัดเลาะชมหุบเขาได้อย่างมืออาชีพ แต่ทั้งนี้การบอลลูนจำเป็นต้องอาศัยเวลาที่เอื้ออำนวยเพียงเท่านั้น หากโชคร้ายเจอสภาพอากาศไม่ดี จะไม่สามารถล่องบอลลูนได้ การล่องบอลลูนไม่เพียงทำให้นักเดินทางเห็นทัศนียภาพที่สวยงาม แต่ยังได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้การชมบอลลูนในคัปปาโดเกียไม่เพียงเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ตื่นเต้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะสัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันน่าหลงใหล

  • นครใต้พิภพไคมัคลี (Underground City of Derinkuyu or Kaymakli) เมืองใต้ดินที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึงราว 800 ปีก่อนคริสต์ศักราชในสมัยของชาวฟรีเจียน นครแห่งนี้เป็นบ้านของ 12,000 คนที่มีชีวิตอยู่ คนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ได้ทำการขุดเจาะพื้นดินลงไปเพื่อสร้างเมืองใต้ดินที่มีลักษณะอันโบราณและทันสมัยในอดีต ช่วงปี 780 ไบแซนไทน์มีการต่อเติมและขยายเมืองใต้ดินนี้เพื่อให้เป็นหลุมหลบภัยของชาวคริสเตียนที่ต้องเผชิญกับการรุกรานของกองทัพมุสลิม มีการปรับปรุงต่อเติมโบสถ์และช่องทางลับเพื่อเชื่อมต่อกับเมืองใต้ดินอื่น ๆ ในคัปปาโดเกียได้ค้นพบเมืองใต้ดินมากถึง 36 เมือง พบว่าเมืองนี้มีลักษณะการก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่มีความลึกถึง 80 เมตร และถูกแบ่งเป็นทั้งหมด 10 ชั้น ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมเพียง 4 ชั้นเท่านั้น ชั้นบนสุดของเมืองใช้เป็นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์และห้องพักผ่อนทั่วไป ชั้น 2 คือที่ตั้งของโบสถ์ ชั้น 3 คือห้องเก็บอาหารและบ่มไวน์ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของคนในยุคโบราณ เปิดประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์และศิลปะที่น่าอัศจรรย์ ทำให้เมืองใต้ดินนี้เป็นหนึ่งในจุดหมายของนักท่องเที่ยวที่น่าสนใจของทริปตุรกี

  • พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Goreme Open Air Museum) นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดในคัปปาโดเกีย และอีกไฮไลต์การท่องเที่ยวตุรกี พิพิธภัณฑ์นี้ได้รับการยอมรับให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ด้วยการอนุรักษ์และจัดแสดงโบสถ์ถ้ำที่ดีที่สุดของคัปปาโดเกีย ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาเกอเรเม พื้นที่นี้ประกอบด้วยโบสถ์และอารามหลายแห่ง ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของกลุ่มคริสเตียนที่หลบหนีการกดขี่จากชาวโรมัน ด้วยทำเลที่ตั้งที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนและยากต่อการรุกราน พื้นที่นี้กลายเป็นศูนย์กลางที่ใหญ่ที่สุดของชาวคริสเตียนในยุคนั้น อย่างไรก็ตามหลังจากถูกทิ้งร้าง ในปี 1100 จากการยึดครองของเซลจุคเติร์กบริเวณนี้กลายเป็นชุมชนของชาวตุรกี จนกระทั่งในปี 1970 ดินแดนแห่งนี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ภายในพิพิธภัณฑ์นี้ประกอบไปด้วยถ้ำที่ถูกขุดเจาะขึ้นเพื่อทำเป็นที่อยู่อาศัย และโบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 เอง ภายในโบสถ์นั้นมีภาพวาดปูนเปียกหรือเฟรสโก้ที่เล่าเรื่องราวบนพระคัมภีร์ไบเบิล ทำให้ผู้เยี่ยมชมได้พบกับประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งของคัปปาโดเกียในทุกมุมมอง

  • พีเจี้ยนวัลเลย์ (Pigeon Valley) หรือเขานกพิราบ เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่อยู่ในคัปปาโดเกีย หุบเขาที่เต็มไปด้วยเสาหินรูปทรงประหลาดและถ้ำที่ในอดีตเคยใช้เป็นที่อยู่อาศัยและเป็นที่อยู่อาศัยของนกพิราบ ในอดีตนกชนิดนี้ทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสารที่สำคัญสำหรับผู้คนที่อาศัยอยู่ในแถบนี้ จุดชมวิวหุบเขานกพิราบอยู่ตรงบริเวณหน้าผาที่ชาวเมืองโบราณได้ขุดเจาะเป็นรู เพื่อให้นกพิราบเข้าไปทำรังอาศัย นอกจากนี้บริเวณหุบเขานักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นปราสาทอุชิซาร์ได้จากระยะไกล ใกล้กันนั้นมีป้อมปราการชั้นนอกที่เรียกว่า “ปราสาทยูชิซาร์ (Uchisar Castle) ” ในภาษาตุรกีนั้น มีความหมายเป็นกรวยหินขนาดใหญ่ที่เป็นลักษณะเด่นของป้อมปราการชื่อดังนี้ ท่ามกลางอุทยานแห่งชาติเกอเรเม ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมืองเกอเรเม่กับอุตซิซาร์ บนยอดเขาหินที่สูงขึ้นตะหง่าน ลักษณะของป้อมปราการนี้มีความคล้ายคลึงกับรังมดยักษ์ เป็นที่อาศัยของนกพิราบมานานหลายร้อยปี มีอุโมงค์และรูเล็กๆ ที่นกพิราบใช้เป็นที่อาศัย นอกจากนี้ ในอดีตนกพิราบมีค่ามากเนื่องจากสามารถนำไปทำปุ๋ยสำหรับไร่องุ่นและสวนผลไม้ของคนบริเวณนี้ได้ ในปัจจุบันส่วนในของป้อมปราการนี้สามารถเข้าชมได้ และเป็นอีกไฮไลต์ของการท่องเที่ยวตุรกีและเที่ยวคัปปาโดเกีย
ล่องบอลลูนชมภูมิทัศน์ที่แปลกตาของคัปปาโดเกีย

ล่องบอลลูนชมภูมิทัศน์ที่แปลกตาของคัปปาโดเกีย