Blog » ท่องเที่ยว Travel Путешествие » ชีวิตหลังคาเฟ่…

ชีวิตหลังคาเฟ่…

  Posted by admin



เมื่อก่อนเคยได้ยินแค่คนเปรียบเทียบชีวิตชาวรัสเซียไว้ว่าเป็น “ชีวิตหลังม่านเหล็ก” ก็ชวนให้คิดไปว่าน่าจะหมายถึงชีวิตในช่วงที่ยังเป็นสหภาพโซเวียต ชีวิตที่ไร้สีสัน และความบันเทิง ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ และทางเลือก ไร้โอกาสแสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึก อะไรก็ตามแต่ จนเมื่อได้ไปกินอยู่ในประเทศนี้ จึงได้ประจักษ์กับตนเองแล้วว่า ม่านเหล็กที่เคยกั้นสหภาพโซเวียตเอาไว้ก่อนที่ระบบทุนนิยมจะสยายปีกนำพาความทันสมัยมาสู่รัสเซียนั้น แทบจะไม่เหลือร่องรอยอีกแล้ว แม้จะมีเค้าอยู่บ้างแต่ก็จวนเจียนจะหายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชีวิตของคนที่อาศัยในมหานครมอสโก หากวันนี้จะบอกว่าชีวิตคนในเมืองหลวงแห่งนี้เป็น “ชีวิตหลังคาเฟ่” อาจจะดูตรงกับภาพที่ได้เห็นและสัมผัสมามากกว่า

จะแปลกใจไหมหากจะบอกว่ามอสโกเป็นอีกเมืองหนึ่งของโลกที่ไม่เคยหลับ หากกรุงเทพฯ รถติดตอนตี 1 ที่มอสโกก็ไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน บางย่านบางถนนรถติดหนาแน่ตอนตี 1 ตี 2 ก็มีกับเขาเช่นกัน ชีวิตยามหลังเลิกงานของคนเมืองที่นี่มองดูไปก็ไม่ต่างจากเมืองหลวงใหญ่ๆ ทั้งหลาย มีทางเลือกสารพัด ไปทางไหนก็มีแต่ร้านอาหาร ร้านดื่ม ร้านกาแฟ ดิสโก้เธค Pub Club บาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคาสิโนหรือง่ายกว่านั้นคือพวกตู้เกมส์นี่เต็มไปหมดทุกหนแห่ง คึกคัก สว่างไสว ตามถนนใหญ่หรือตรอกซอย ทั้งที่ราคาที่พอรับไหวไปจนราคาแพงหูฉี่ บรรยากาศการตกแต่งสุดเริ่ด ไปจนแบบธรรมดา ผู้คนที่เข้าออกคึกคัก และที่แน่มากคือมีไม่น้อยที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง จนบางทีรู้สึกอัศจรรย์ในว่านี่หรือรัสเซียที่คนเขาหาว่าเป็นเมืองหลังม่านเหล็ก ว่าแล้วก็อดไม่ได้ที่จะต้องไปแวะเวียนสำรวจความจริง (เสียหน่อย)

 

ย่านแรกที่พวกเราต้องไปสำรวจ แน่นอน กลางเมืองย่านใกล้กับ Red Square ที่นี่ชุมนุมด้วยร้านกินและดื่ม และฟังเพลงมากมาย ขึ้นจากรถไฟใต้ดินมาบนถนนก็จะหาร้านโน้นร้านนี้ได้ไม่ยาก เพราะแถวนี้มีทั้งโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว โรงละคร ร้านรวงมากมาย และอยู่ใจกลางเมือง ไปมาสะดวก ถนนสายที่มีร้านอาหารและเป็นที่นิยมมาปลดปล่อยของคนเมืองนี้ คือ ถนน Tverskaya หรือ อีกถนนหนึ่งคือ Bolshaya Dmitrovskaya ซึ่งเป็นถนนคู่ขนานกัน ข้างๆ โรงละคร Bolshoi หรือย่านใกล้เคียงกับละแวกนั้น แต่ละร้านก็มีจุดขายของตนที่ต่างกันไป จะเป็นแบบหรูเริ่ดอลังการ หรือเรียบง่ายแต่โก้ หรือถูกแต่มันส์ หรือจะแค่นั่งจิบกาแฟในบรรยากาศ อะไรประมาณนี้ หากได้ไปมอสโก และเป็นนักท่องเที่ยวหน้าใหม่ก็ขอให้ลองไปย่านนี้ เดินไปก็เจอร้านมากมายไปหมด เลือกเอาเองว่าจะเอาอารมณ์ประมาณไหน สัญชาติอะไร รัสเซีย ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีน สารพัด ร้านในย่านนี้ที่พวกเรานิยมไปทานกันก็มี เช่น Café de Artist, Yama, Piroki และร้านที่อยู่ในใจตลอดเวลานึกอะไรไม่ออกว่าจะไปไหนหลังอาหาร คือ Café Coffee Bean สาขาถนน Tverskaya (ไม่ใช่สาขาจากประเทศไทยนะ) ที่นี่หากเข้าไป จะไม่น่าเชื่อว่าเป็นแค่ร้านขายเครื่องดื่มและกาแฟหลากชนิดธรรมดาๆ เพราะเมื่อแหงนหน้ามองเพดาน มองไปรอบๆ จะเห็นลวดลายตกแต่งวิจิตรหยดย้อย แถมโคมไฟระย้าแพรวพราว ได้อารมณ์คุ้มค่ากับที่ต้องเข้าแถวรอซื้อกาแฟนานาชาติในราคาเกือบ 200 บาท!! และที่ชอบไปมากก็เพราะว่าที่นี่มี คาเฟ่ ปาไทยสกี้ หรือ Café Pa Thaiski แปลง่ายๆ คือกาแฟไทย กาแฟร้อน ใส่นมข้นหวานและน้ำตาลนั่นเลย!!!

 

นอกจากย่านใจกลางติดกับ Red Square นี้แล้ว ยังมีอีกหลายย่านที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและคลับบาร์ เช่น ย่านถนนเลียบแม่น้ำมอสโก ชื่นชมกับบรรยากาศริมน้ำ อย่างเช่น Café Maison ที่แพงดหลือใจ ไปจนถึงแถวถนน 1905 Goda มีร้านอาหารเท่ห์ๆ ดูดี รสอร่อยเรียงรายเป็นแนว โดยเฉพาะร้าน Boshka ที่ราคาแพงจับจิต หรือแถวถนน Boulevard Ring ซึ่งเป็นเหมือนวงแหวนโอบล้อม Kremlin หากขับรถวนถนนสายนี้ ก็อาจจะตาลายเพราะมีอีกแสนล้านเจ็ดร้านมากมายให้เลือก และอาจจะเจอภาวะรถติดอย่างมากหากเกิดต้องขับผ่านร้านที่บรรดาพวก “อีลิท” นิยมไปประชันกัน อย่างเช่น Galleria, Café Pushkin, Vogue Cafe หรือสถานที่ให้ที่เต้นระบำฟังเพลงอย่าง Karma Bar หรือ News Pub

 

เวลาไปย่านกินดื่มเต้นระบำที่เด็ดๆ แบบนี้จะสังเกตร้านได้ไม่ยากเพราะเวลายิ่งดึกผู้คนก็จะออกมาออกันเต็มข้างนอกริมถนน เพื่อรอโต๊ะนั่ง เห็นแล้วรู้เลยร้านนี้เจ๋งแน่ๆ คนที่แต่งตัวมาก็สุดๆ ดูแล้วไม่มีใครยอมใครสักคน แต่ก็อาจต้องถอดใจหากอยากลองเพราะต้องไปเข้าคิวรอ และหลายแห่งคุณอาจจะต้องกินแห้ว อุตส่าห์เข้าคิวรอตั้งนาน พอมาถึงเราบอกว่าเข้าไม่ได้ หากคุณไม่ใช่สมาชิกของที่นั่น (อ้าว…ก็ใครจะไปรู้ล่ะ อ่านภาษาก็ไม่เข้าใจ พูดก็ฟังไม่รู้เรื่อง) ที่แย่กว่านั้นคือหลายแห่งยังใช้ระบบที่เรียกว่า Face Control แปลตามตัวเลยก็ขอดูหน้าหน่อยหนึ่ง หากถูกใจ หน้าไม่ดูเป็นโจรก็เชิญเข้าไป หากสบตาแล้วไม่ต้องกัน ก็เชิญไปไกลๆ ไม่มีการอธิบายสาเหตุ ชวนให้หงุดหงิดเสียความรู้สึกมากๆ ประมาณว่าเห็นเราเป็นอะไรเนี่ย จนครั้งหนึ่ง ตั้งใจจะไปดื่มกับเพื่อนนักการทูตต่างชาติที่คลับแห่งหนึ่งใหญ่บึ้มประมาณ Entertainment Complex คนมหาศาลเบียดเสียดออรอเข้าประตูสถานมหาอัครบันเทิงแห่งนั้น จนมาถึงเรา การ์ดในชุดดำก็เพ่งดูหน้าเรา และก็ส่งสัญญาณมือให้เข้าไปได้ แต่พอมาถึงเพื่อนเรา ยืนตัวติดกันแท้ๆ หนอย..บอกไม่ให้เข้า จนเพื่อนต้องตะโกนชูบัตรประจำตัวว่า Hey!!! I’m Diplomat หรือนักการทูต นั่นแหละถึงได้ยอมให้เข้าไป แต่ขอโทษ เราเลยเดินออกมาด้วยความเซ็งสุดขีด และที่ยิ่งเจ็บใจคือหากเวลาต้องไปสถานที่ที่อีลิทนิยมไปกันแบบนี้ (ที่ไปก็เพราะแอบคิดว่าเราก็เป็น ”อีลิท” กับเขาเหมือนกัน) พวกเรามักจะถูกมองเป็นเหมือนพลเมืองชั้นสองจากบรรดาพนักงานที่คอยโบกรถหรือดูแลเวลาเข้าร้าน เพราะว่าไม่ได้ขับรถเบนซ์สีดำ ไม่ได้มีบอดี้การ์ด ไม่ได้แต่งตัวแบบสุดฤทธิ์สุดเดช…สารพัด ฉะนั้น หากไม่มั่นใจ ไม่จำเป็นก็อยากไปที่เริ่ดหรูแบบนี้ในมอสโกโดยเด็ดขาด..หรือไปแล้วก็แค่หนเดียวพอ แค่ให้รู้…เพราะเ ราจะรู้ว่าที่ไปคิดว่าคนรัสเซียมีแต่เชยหรือโบราณนั่นน่ะ มันไม่จริงสักนิด ไอ้ที่รวยอย่าง Roman Abramovich เจ้าพ่อของเชลซี น่ะ มีอีกเพียบ!!!!

 

ด้วยประสบการณ์สารพัดที่เจอมา สำรวจมานักต่อนัก หมดตัวไปก็หลาย พวกเราเลยมาลงเอยชอบร้านประเภทคาเฟ่ ที่มีทั้งอาหาร และฟังเพลงสบายๆ เจ๊าะแจ๊ะ ปลดปล่อยอารณ์แบบเรียบๆ ง่ายๆ แต่ดูดีมีเทสต์ และที่สำคัญกระเป๋าไม่ฉีก ซึ่งจากผลการทำประชามติร้านที่พวกเรานิยมไปกันเอง โดยไม่มีคำว่าหน้าที่มากำกับ โดยใช้หลักเกณฑ์จากลิ้นของเราและกระเป๋าของเรากับอารมณ์แบบสุนทรีอย่างเราๆ พวกเราก็ได้ทำรายชื่อร้านยอดฮิต (ของพวกเรา) ที่มิชลินไม่ได้ให้ไว้ เลือกมาเด็ดๆ เพื่อเป็นข้อมูลแก้ผู้ที่อยากไปทดลองใช้ชีวิตอิสระชนในรัสเซีย คือ

  1. Café Pushkin ใกล้กับจัตุรัส Pushkin ที่นี่แม้จะดูหยิ่งๆ นิดๆ แต่เวลานึกอะไรไม่ออก ก็ไปนี่แหละ บริการสุดยอด อาหารใช้ได้ และบรรยากาศเยี่ยม ที่สุดๆ คือ เปิด 24 ชั่วโมง และมีของหวานที่อร่อยมากๆๆๆๆ และขอให้ลองช๊อคโกลีตร้อนของที่นี่ เขาจะมาชงให้ดูต่อหน้า คลาสสิคสุดๆๆๆ แต่ราคา 4 ดาวนะจะบอกให้
  2. Café Couvoirsier ร้านนี้เล็กๆ แค่ 2 คูหา ชั้นเดียว อยู่บนถนนวงแหวน Garden Ring ใกล้สถานีรถไฟ Sukharevskaya มองเผินๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่ขอโทษ คนแน่นตลอด ไม่จองไม่ได้นั่ง และทรมานสุดๆ หากเป็นเวลาหน้าหนาวแล้วไปถึงร้านนี้ไม่มีโต๊ะ และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องร้องเพลงรอ ใส่โค้ต ขาสั่นอยู่ข้างนอก ร้านนี้จุดเด่นคือบรรยากาศแน่นๆ แบบสบายๆ กันเองแต่มีคลาสนิดๆ ที่สำคัญคือ สาวๆ ที่ไปร้านนี้ เด้งทุกคน เลยยิ่งทำให้บรรยากาศ (สำหรับคุณหนุ่มๆ ทั้งหลาย) น่ารื่นรมย์ยิ่งนัก
  3. Yolki Palki ที่นี่ไม่ได้เป็นร้านแบบ Café แต่ก็ขอให้ดาวไว้เพราะเป็นที่ซึ่งใครอยากรู้จักอาหารรวมทั้งเครื่องดื่มรัสเซียต้องไป เพราะว่ามีให้เลือกและลองอย่างครบเครื่อง และที่สำคัญราคาไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับคุณภาพอาหารและบรรยากาศอารมณ์บ้านรัสเซียตามชนบท แต่ร้านนี้เปิดไม่ดึก แค่ 4 ทุ่มเท่านั้นเอง
  4.  Boar House ชื่อร้านหมายถึงหมูป่า ซึ่งก็ได้บรรยากาศดุเดือดสมชื่อ ด้วยดนตรีที่ดังสนั่นเร้าใจชวนให้ออกไปวาดลวดลายนั่งไม่ติด และคนที่เนืองแน่นเบียดเสียด ยิ่งดึกยิ่งแออัด แต่ก็แปลกที่คนก็ชอบไปถูกอัดกันเสียด้วย แสดงว่าต้องมีอะไรดี สำหรับชาวเรา ของดีที่นี่คืออาหารอเมริกันแบบจานเบ้อเริ่มเทิ่ม อย่าง Ribs eyes และขาดไม่ได้คือ Buffalo Wings ปีกไก่ทอดที่ทุกคนยกนิ้วให้ว่าอร่อยที่สุดในมอสโก ที่นี่เราจะนิยมไปมากในเวลาที่ต้องไป entertain กับคนที่ไม่ไม่มีเรื่องจะคุยด้วยมากมายนัก เพราะคุยกันยังไงก็แทบไม่ได้ยิน ฮ่าฮ่า
  5. Tinkoff ร้านนี้มาในสไตล์โรงเบียร์ขนาดใหญ่โตมหึมา ตึก 2 ชั้น ตั้งอยู่ตรงข้ามสถานทูตอังกฤษ ริมแม่น้ำมอสโก ร้านมีชื่อเหมือนเบียร์เยอรมัน แต่จริงๆ แล้วเป็นของหนุ่มรัสเซียที่ประสบความสำเร็จผลิตเบียร์ของตนเองภายใต้แบรนด์ Tinkoff จนดัง ขายดิบขายดี หนังสือสัมภาษณ์เพียบ ที่ร้านนี้ จะได้ดื่มเบียร์สดจากโรงกลั่นขนาดเล็กภายในร้าน และอย่าลืมสั่งไส้กรอกขนาดยาวเป็นเมตร เสิร์ฟมาในรางไม้ อร่อยสุดๆ ไปแล้วห้ามพลาด
  6. Café Magarita ร้านนี้ รับรองบอกไปหาไม่เจอ เพราะสำหรับเรายังหาอยู่นาน ขับรถวนแล้ววนอีก เพราะเขาไม่ง้อใคร เขาเป็นร้านไม้เล็ก ขนาดจุคนได้ไม่เกิน 70 คน มีไม่กี่โต๊ะเท่านั้น กวาดตามองหากันจนทั่ว แต่ร้านเล็กๆ อย่างนี้กลับแน่นคราคร่ำด้วยผู้คนแบบศิลปินทุกวัน เพราะอาหารแสนอร่อยแบบรัสเซียที่สดและสะอาด และที่เด่นชัดคือบรรยากาศดนตรีสดบรรเลงโดยไวโอลินและเปียโน เปล่า …ไม่ได้เป็นเพลงรักหวานซึ้งโหยหา แต่กลับเล่นในทำนองสุดกระฉับกระเฉงทั้ง folk ทั้ง Jazz และสุดคึกคักเมามันสำหรับแขกคือการได้มีส่วนร่วมกับแต่ละเพลงด้วยการเคาะเขย่าขวดน้ำอัดลมพลาสิคบรรจุด้วยทรายซึ่งเขาจะมีวางไว้ให้บนโต๊ะเขย่าไปมาให้ได้ยินเสียงสั่นซ่าเวลาโขยกกระเป๋องในมือไปมา …เผลอๆ บางที เช่นที่เคยเจอ จะมีนักร้องกิตติมศักดิ์มาในคราบของแขกที่มาทานแล้วลุกขึ้นดวลเพลงกันสดๆ เสียงทุ้มกังวาน สะกดแขกทุกคนในตะลึงและอิ่มเอมไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข ก็คงไม่น่าแปลกใจที่ร้านนี้อยู่มาได้ทั้งๆ ที่ไม่ได้ลงทุนตกแต่งร้านอะไรเลยไม่เหมือนร้านอื่นๆ ที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดทุกวัน
  7. Sunset Bourgeosie หากอยากเจอคนรัสเซียวัยเริ่มทำงานมาสุมหัว ก็ต้องมาที่นี่ บนถนน Sretenka ร้านนี้เราเรียกนิคเนมว่าท่าพระอาทิตย์ เพราะ logo เป็นรูปดวงอาทิตย์ยิ้มแฉ่ง ขับรถผ่านหรือเดินหาไม่มีทางหาเจอ เพราะว่าชื่อยาวเกินกว่าจะอ่านทัน เห็นแต่ดวงอาทิตย์แทน ไม่จองไปก่อน อาจต้องเข้าคิวยาวอีกเช่นกัน เพราะสุดฮิต เปิด 24 ชั่วโมง และราคาอาหารและเครื่องดื่มไม่แพง และบรรยากาศค่อนข้างจะง่ายๆ ไม่ถือสา แต่ดูออกอารมณ์ศิลปินแบบ fusion หน่อยๆ

เกริ่นมาแค่ 7 แห่งก่อนก็พอ เข้าข่าย 7 สิ่งมหัศจรรย์ มากกว่านี้ เดี๋ยวไม่ตื่นเต้น

ใครอ่านถึงตอนนี้ อาจจะรู้สึกเร้าใจ และอยากรู้ว่ามอสโกเป็นเช่นนี้จริงๆ หรือ นี่คือชีวิตหลังตะวันตกดิน ยิ่งวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ของคนมอสโก แต่กระนั้น สถานที่บันเทิงเริงรมย์ ร้านอาหารมากมายที่ผุดขึ้นมาจนจำและไปลองแทบไม่ไหวอย่างนี้ ก็มีขึ้นเพื่อสนองตอบความต้องการและกำลังซื้อของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้นจากประชากรกว่า 12 ล้านคนในมอสโก แต่ในความเป็นจริง คงมีคนอีกมากมายในเมืองหลวงนี้ อาจจะมากกว่า 80% ที่ไม่มีวันที่ควักกระเป๋าจ่ายการทานข้าวนอกบ้านเช่นนี้ได้เลย และมีอีกไม่น้อยที่จะเลือกออกมาใช้ชีวิตเช่นนี้เฉพาะโอกาสพิเศษเท่านั้น และอีกหลายคนที่ยังคงยังชีพด้วยการคุ้ยหาเศษขยะตามที่พัก อพาร์ตเมนต์ต่างๆ มอสโกจึงเป็นเมืองหลวงที่ช่องว่างของชีวิตคนนั้นยังหาตรงกลางที่จะพามาบรรจบกันได้ยากเต็มที

 

สำหรับเรา…อยู่เมืองใหญ่เช่นมอสโก ใช้เงินซื้อความสุขของการที่ต้องไปทำงานต่างบ้านต่างเมือง ซื้อโอกาสการได้รู้จักเพื่อนฝูง และด้วยหน้าที่ซึ่งจำต้องทำความรู้จักแหล่งบันเทิง แหล่งกินแหล่งเที่ยว สนุกสนานกับทางเลือกของชีวิตแบบชาวเมืองเฉกเช่นเมืองหลวงใหญ่ๆ ของโลกมานาน แต่หากเมื่อใดก็ตามที่ได้ไปต่างจังหวัดของรัสเซีย ไม่ต้องไปไหนไกล เพียงไม่เกิน 60 กิโลเมตรจากเมืองหลวง ก็จะพบชีวิตที่เรียบง่าย มีที่กินที่เที่ยวอยู่ไม่กี่แห่ง และที่มีอยู่นั้นก็ไม่ได้มีอะไรทัดเทียมกับที่ดื่มที่ฟังเพลงที่แสนธรรมดาที่สุดในมอสโกเลย แต่ผู้คนกลับดูมีความสุขความพอใจกับชีวิตที่มีอยู่เพียงนั้น เย็นลงก็กลับบ้าน นั่งคุยกับครอบครัวเพื่อนบ้าน แม้ลึกๆ อาจจะมีความปรารถนาความทันสมัยศิวิไลซ์เช่นกัน แต่ก็ดูเหมือนรากฐานของค่านิยมเศรษฐกิจพอเพียง และรายได้อันจำกัดก็จะหยั่งรากลึกพอที่จะยึดเหนี่ยวคนส่วนใหญ่ในต่างจังหวัดไว้ได้เป็นอย่างดี เมื่อกลับมามอสโก และได้หวนคิดถึงวิถีชีวิตเรียบง่ายแบบต่างจังหวัด ก็จะรู้สึกถึงการ ลด ละ เลิก ปรับลดการเที่ยวเตร่สรรหาที่กินนอกบ้าน มาเป็นใช้ชีวิตแบบพอเพียงไปได้สักระยะหนึ่ง แต่แหม… มันก็ไม่เคยเกินอาทิตย์เดียว ขาก็สั่นต้องออกไปแสวงหาอีกแล้ว…ก็เหนือจากยึดมั่นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว คนอย่างเราๆ ก็ยังมีความเชื่อมั่นในหลักการว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุดมิใช่เหรอ ฉะนั้น ก็ลุยต่อไปเพราะโอกาสได้มาใช้ชีวิตในมอสโกยามที่มีที่กินที่เที่ยวแปลกใหม่โผล่มาทุกวันให้ตื่นเต้นลิ้มลองจนแทบไม่เคยซ้ำกันเช่นนี้คงไม่มีอีกแล้ว ว่าแล้ว ก็ขอไปกิน Oreo Milkshake ที่ Starlite Diners ก่อนนะ เอิ๊ก เอิ๊ก!!!…

 

เรื่อง: ภัทรัตน์ หงษ์ทอง

http://th.thaiembassymoscow.com/articles/?section=s4&artid=18